เฉียดอำนาจใหม่! 'เหงียน ดึ๊ก ถวี' ท้าชิงนายก VFF ชูเป้าเลิกพึ่งงบรัฐ

29 ตุลาคม 2569 อ่าน 4 นาที 5

วงการฟุตบอลเวียดนามกำลังจับตาดูการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ เมื่อ เหงียน ดึ๊ก ถวี นักธุรกิจและผู้บริหารระดับสูงในวงการธนาคาร ได้ออกมาประกาศตัวเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานสหพันธ์ฟุตบอลเวียดนาม (VFF) อย่างเป็นทางการ การปรากฏตัวของเขาถือเป็นการเขย่าบัลลังก์การบริหารวงการลูกหนังประเทศนี้อย่างตรงไปตรงมา เนื่องจากเขาไม่ได้เป็นเพียงผู้ท้าชิงรายที่สามเท่านั้น แต่ยังนำเสนอนโยบายที่ฉีกไปจากแนวทางเดิมอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะการเน้นความโปร่งใสและการพึ่งพาตนเองทางการเงิน

ผู้สมัครคนใหม่กับวิสัยทัศน์ที่แตกต่าง

ก่อนหน้าการเปิดตัวของ ถวี มีผู้สมัครอีกสองคนที่เดินหน้าไปก่อนหน้า ได้แก่ เจิ่น กว๊วก ตวั๋น ประธานคนปัจจุบัน และ เหงียน ซวน หวู รองประธานฝ่ายสื่อสาร การที่ ถวี ซึ่งเป็นรองประธานคณะกรรมการบริหารประจำของธนาคาร Sacombank และอดีตผู้บริหาร LPBank เข้าสู่สนามแข่งนี้ ทำให้บรรยากาศการเลือกตั้งร้อนแรงขึ้นทันที จุดขายหลักของเขาคือการนำมุมมองจากการบริหารองค์กรขนาดใหญ่ทางการเงินมาปรับใช้กับวงการฟุตบอล เพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว

แผนปฏิรูปการเงินและโครงสร้างลีก

นโยบายที่โดดเด่นที่สุดของ ถวี คือการประกาศว่าจะบริหาร VFF ให้พึ่งพาตนเองทางการเงินแบบ 100% โดยจะหยุดพึ่งพาเงินอุดหนุนจากภาครัฐ ซึ่งมีมูลค่าราว 80,000 ล้านดองในปัจจุบัน เขาให้เหตุผลว่าควรนำงบประมาณส่วนนี้ไปสนับสนุนกีฬาชนิดอื่นที่มีโอกาสคว้าเหรียญรางวัลในเอเชียนเกมส์และโอลิมปิกมากกว่า

ในด้านการแข่งขันภายในประเทศ เขาเสนอให้ขยายขนาดลีกสูงสุด V.League 1 จาก 14 ทีม เป็น 16-18 ทีม และขยาย V.League 2 เป็น 18-20 ทีม นอกจากนี้ยังมีการยกเลิกลีกฟุตบอลหญิงให้มีมาตรฐาน 8-10 ทีม เพื่อเพิ่มโอกาสให้นักเตะดาวรุ่งได้ลงเล่นมากขึ้น พร้อมแผนอัดฉีดเงินสนับสนุนทีมละ 3,000 ล้านดองต่อฤดูกาลสำหรับลีกสูงสุด และ 2,000 ล้านดองสำหรับลีกสองและทีมหญิง ซึ่งเป็นการลงทุนที่ชัดเจนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในวงการกีฬา

ความโปร่งใสและการพัฒนาบุคลากร

นอกจากเรื่องเงินทองแล้ว ถวี ยังให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาล โดยเสนอให้เปิดเผยรายรับ-รายจ่ายต่อสาธารณะ และดึงบริษัทตรวจสอบบัญชีระดับโลก (Big Four) เข้ามาตรวจสอบงบการเงิน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับแฟนบอลและพันธมิตรทางธุรกิจ ในด้านบุคลากร เขาตั้งเป้าเพิ่มเงินเดือนให้พนักงาน VFF ขึ้น 2-3 เท่าตามความสามารถ พร้อมปั้นบุคลากร 5-10 คน ให้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งในองค์กรระดับนานาชาติอย่าง AFF, AFC และ FIFA รวมถึงยกระดับผู้ตัดสิน 10-20 คน ให้มีมาตรฐานระดับทวีป

สำหรับการลงคะแนนเสียงเลือกประธานสมาคมคนใหม่ จะมีขึ้นในการประชุมใหญ่ที่จะจัดขึ้นที่กรุงฮานอยในเดือนมกราคม 2027 ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญที่จะกำหนดทิศทางฟุตบอลเวียดนามในอนาคต ภายใต้แนวคิดที่เน้นประสิทธิภาพและความโปร่งใสแบบมืออาชีพ

เรียบเรียงจากข้อมูลข่าวของ goal.com — อ่านต้นฉบับได้ที่แหล่งข่าว